ขั้นตอนปฏิบัติพิธีการนำเข้า ส่งออก

         ขั้นตอนปฏิบัติพิธีการนำเข้า
          1. การโอนถ่าย และ/หรือ การยื่นข้อมูลใบขนสินค้า: การสำแดงข้อมูลการนำเข้าและส่งข้อมูลไปยังกรมศุลกากรให้บริษัท หรือ
ตัวแทนออกของส่งข้อมูลเรือเข้า บัญชีรายการสินค้าและบัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร หากไม่
พบข้อผิดพลาด ระบบคอมพิวเตอร์ จะตอบกลับไปยังบริษัทหรือตัวแทนนั้นๆ เมื่อสินค้ามาถึงท่า หรือสถานที่นำเข้าผู้นำเข้า หรือตัวแทน
ต้องส่งข้อมูลใบขนสินค้าไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
          2. การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดงข้อมูล การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดงข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ผู้นำเข้ายื่นมา ในขั้นนี้ระบบของกรมฯ จะแยกใบขนสินค้าเป็น 2 ประเภทคือ ใบขนฯ ให้ตรวจ และใบขนฯยกเว้นการตรวจ ผู้นำเข้าสามารถ ดำเนินการ
ชำระภาษีอากรที่เกี่ยวข้องได้ทันที หากใบขนฯของตนเป็นใบขนฯยกเว้นการตรวจ
          3. การชำระภาษีอากรขาเข้า: การชำระภาษีอากรและการวางประกันที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันสามารถชำระได้ 3 วิธี:ชำระที่กรมศุล
กากรชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และชำระที่ธนาคาร
          4. การตรวจและการปล่อยสินค้า: การตรวจและปล่อยสินค้าจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำเข้ายื่นใบขนฯ กับใบเสร็จรับเงินที่คลัง
สินค้าเพื่อการปล่อยสินค้า ในขั้นนี้ข้อมูลของสินค้าถูกตรวจสอบความถูกต้องโดยละเอียดเพื่อระบุว่าสินค้าดังกล่าว ต้องผ่านการเปิดตรวจ
หรือยกเว้นการตรวจ หากเป็นใบขนฯยกเว้นการตรวจจะใช้เวลาน้อยมาก หลังจากนั้นสถานะการปล่อยสินค้าจะส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ไปทั้งที่ท่า เรือและที่ผู้นำเข้าหรือตัวแทน อย่างไรก็ตามในกรณีที่สินค้าต้องผ่านการตรวจสอบพิธีการ ท่าเรือจะเคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อการ
ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการ ปล่อยสินค้าออกจากอารักขาศุลกากร
          ขั้นตอนปฏิบัติพิธีการส่งออก
          1. การโอนถ่าย และ/หรือ การยื่นข้อมูลใบขนสินค้า: ผู้ส่งออกหรือตัวแทน ส่งข้อมูลใบขนสินค้าโดยใช้ eb-XML ผ่านระบบ VAN หรืออินเตอร์เน็ตเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
          2. การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดงข้อมูล: การตรวจสอบพิสูจน์การสำแดงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ผู้ส่งออกยื่นมา ทันทีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรได้รับข้อมูลใบขนสินค้าขาออกข้อมูลจะได้รับจะถูกตรวจสอบในกรณีที่ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว
ไม่ปรากฎข้อผิดพลาดใดๆ ระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าโดยเชื่อมต่อกับระบบ e-Payment (หากมีภาระภาษีอากร) ต่อจากนั้น ระบบจะ
ส่งข้อความตอบกลับไปยังผู้ส่งออกหรือตัวแทน
          3. การชำระภาษีอากร: การชำระภาษีอากรหรือการวางประกันที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันสามารถชำระได้ 3 วิธีชำระที่กรมศุลกากร
ชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) และชำระที่ธนาคาร
          4. การตรวจและการปล่อยสินค้าการตรวจและปล่อยสินค้าจากอารักขาของศุลกากร ในขั้นนี้ freight forwarderบรรจุสินค้าใน
ตู้สินค้าและ ส่งรายงานสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ข้อมูลจะได้รับจะถูกตรวจสอบ ในกรณีที่ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่ ปรากฎ
ข้อผิดพลาดใดๆ ระบบจะสร้างเลขที่กำกับการขนย้ายสินค้า และ ส่งข้อความไปยัง freight forwarder หลังจากนั้น freight forwarder พิมพ์ใบกำกับการขนย้ายที่ระบุหมายเลข และ เคลื่อนย้ายสินค้าไปยังท่าที่ส่งออก ในขั้นนี้ ข้อมูลของสินค้าถูกตรวจสอบ ความถูกต้อง
โดยละเอียดเพื่อระบุว่าสินค้าดังกล่าวต้องผ่านการเปิดตรวจ (Red Line) หรือยกเว้นการตรวจ (Green Line) หากเป็นใบขนฯยกเว้นการ
ตรวจจะใช้เวลาน้อยมาก การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า การสอบถามพิกัดล่วงหน้าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นบริการหนึ่งที่ กรม
ศุลกากรเปิดช่องทางไว้ให้ผู้ประกอบการได้ทำหนังสือสอบถามพิกัดฯล่วงหน้ายื่นต่อกรมฯแนวทางเบื้องต้นกำหนดให้กรมศุลกากรดำเนิน
การตามที่กฎหมายและข้อบังคับอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้บัญญัติไว้ ได้แก่การกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้อง
การค้นหาพิกัดฯของของสามารถสอบถามพิกัดฯล่วงหน้าได้โดยติดต่อกับกรมศุลกากร ผู้ประกอบการควรยื่นคำขอสอบถามพิกัดล่วงหน้า
ตามแบบที่กำหนดอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่คาดว่าของจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรนอกจากนี้คำขอฯนั้นควรประกอบไปด้วยข้อมูลเพิ่ม
เติมหากมีการร้องขอจากกรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการเองในการยื่นข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์และถูกต้องหากการยื่นข้อ
มูลเพิ่มเติมดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ครบถ้วนอาจเป็นผลทำให้การชี้พิกัดฯต้องล่าช้าหรือพิกัดฯ ที่ชี้ไปนั้นไม่สามารถนำมา
ใช้ได้ถูกต้องตรงกันกับของที่ขอสอบถามพิกัดฯ ล่วงหน้า